
การขายฝากคืออะไร?
การ ขายฝากบ้าน หรือ ขายฝากคอนโด เป็นการทำธุรกรรมกู้ยืมเงินระหว่าง บุคคลต่อบุคคล (หรือ P2P Lending) โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ คอนโด ในการค้ำประกันการกู้ยืมเงิน เป็นการกู้ยืมรูปแบบหนึ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การขายฝากที่ผ่านมา ผู้ขายฝากจะค่อนข้างเสียเปรียบนายทุนนอกระบบ และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทั้งที่เป็นการกู้ยืมเงินแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน) นายทุนนอกระบบมักจะคิดคำนวนดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งระยะเวลาสัญญาขายฝากที่ค่อนข้างสั้น ทำให้ผู้ขายฝากไม่สามารถนำเงินมาชำระเพื่อไถ่ถอนการขายฝากได้
สมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) จึงนำจุดเด่นของ P2P lending ที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐานการประเมิน การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์แบบมีเงื่อนไขเป็นตัวค้ำประกัน ซึ่งสร้างความมั่นใจ ให้ผู้ขายฝากให้ได้รับความเป็นธรรม ในขณะเดียวกัน สมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ได้พัฒนาการขายฝากแบบเดิมโดยสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมา
เพื่อให้ฝ่ายผู้ขายฝาก ได้เข้าถึงแหล่งทุน ที่จะช่วยทำให้ภาระดอกเบี้ยของผู้ขายฝากลดลงมากกว่า 50% ได้เสริมข้อมูลการประเมินทรัพย์สิน เพื่อช่วยให้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น รวมทั้งกำหนดช่วงเวลาขายฝากขั้นต่ำ 1 ปีตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 และสามารถต่อรองช่วงเวลาการขายฝากได้ยาวขึ้น เพื่อผู้ขายฝากจะมีเวลาแก้ปัญหาสภาพคล่องก่อนไถ่ถอนทรัพย์สินคืน
ดังนั้น การเลือกแหล่งเงินทุน เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการพิจารณากู้ยืมเงิน เนื่องจากเป็นภาระผูกพันธ์ ไปตลอดอายุสัญญา โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาหลัก ๆ คือ ระยะเวลา ดอกเบี้ย และความน่าเชื่อถือของผู้ให้กู้ยืม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการไถ่ถอน

ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ 1 : การ ขายฝากบ้าน วงเงิน 3,000,000.- ด้วยดอกเบี้ย 2.5% ต่อเดือน เมื่อคำนวนแล้ว ผู้ขายฝากต้องจ่ายดอกเบี้ย 75,000.- ต่อเดือน ซึ่งดูเหมือนไม่เยอะเมื่อเทียบกับเงินต้น แต่หากคำนวนเป็นปีแล้ว ผู้ขายฝากต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 900,000.- ต่อปีเลยทีเดียว ซึ่งเพียง 3.3 ปีดอกเบี้ยก็เท่าเงินต้น แต่ในทางกลับกัน หากผู้ขายฝากมีทางเลือก ในการกู้ยืมที่อัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ผู้ขายฝากจ่ายดอกเบี้ยเพียง 270,000.- ต่อปี ทำให้ผู้ขายฝากสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ถึง 630,000.- ต่อปี หรือ ประหยัดดอกเบี้ยได้ 1,890,000.- ในกรณีกู้เงินระยะเวลา 3 ปี
ตัวอย่าง กรณีที่2 : การ ขายฝากคอนโด วงเงิน 5,000,000.- ด้วยดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน โดยมีระยะเวลาขายฝาก 3 เดือน เมื่อคำนวนแล้ว ผู้ขายฝากต้องจ่ายดอกเบี้ย 75,000.- ต่อเดือน ดูเหมือนไม่เยอะเมื่อเทียบกับเงินต้น แต่ผู้ขายฝากต้องหาเงิน 5,000,000.- มาไถ่ให้ได้ภายใน ระยะเวลา 3 เดือน เฉลี่ยแล้วผู้ขายฝากต้องหาเงินประมาณ 1,741,666.- ต่อเดือนมาคืน หากไม่ชำระตามกำหนดเสี่ยงที่จะโดนยึดทรัพย์ที่ค้ำประกันนั้น แต่ในทางกลับกัน หากผู้ขายฝากมีทางเลือก ในระยะเวลา 1 ปี ในอัตราดอกเบี้ยที่เท่ากัน ผู้ขายฝากต้องหาเงินเฉลี่ย 491,666.- ต่อเดือนมาคืนเท่านั้น ทำให้ผู้ขายฝากสามารถลดภาระได้ถึง 1,250,000.- ต่อเดือน ทำให้ผู้กู้สามารถหมุดธุรกิจหรือการลงทุนได้คล่องขึ้น
ดังนั้น หากผู้ต้องการเงินทุนพิจารณาอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว ผู้ต้องการเงินทุนสามารถลดภาระดอกเบี้ยได้อย่างมาก ซึ่งภาระดอกเบี้ยขายฝากที่ลดได้ ก็สามารถนำไปปิดเงินต้น ทำให้หนี้สินหมดเร็วขึ้น ปลอดหนี้ได้เร็วขึ้น
Tag ขายฝาก
SMARTFINN กำไรจากยอดขาย ขายดีไม่มีกำไร ขายบ้าน ขายฝาก ขายฝากคอนโด ขายฝากดอกเบี้ยต่ำ ขายฝากที่ดิน ขายฝากบ้าน ขายฝากบ้านและคอนโด คำนวนกำไร ดอกเบี้ยต่ำ ธุรกิจยุคใหม่ บริหารธุรกิจ บัตรเครดิต ปรับปรุงเครดิต ภาษีขายบ้าน มีหนี้ติดตัว ลงทุน สมาร์ทฟินน์ สร้างเครดิต สัญญาขายฝาก หนี้ อสังหาริมทรัพย์ เครดิตดี เครดิตบูโร โรงรับจำนำ
