
เมื่อมีหนี้ติดตัว ทำอย่างไร? ให้หนี้หมดเร็วขึ้น
ตามสถิติการใช้จ่ายแล้ว หนี้สินส่วนใหญ่เกิดมาจาก 2 สาเหตุ คือ ความอยาก และ ความจำเป็น ยกตัวอย่างในกรณีของความอยาก คือ การอยากมีทรัพย์สินเหมือนสภาวะแวดล้อมรอบตัว เช่น กระเป๋า เครื่องประดับ อาหารการกิน โดยใช้เงินล่วงหน้า(บัตรเครดิต)หรือการกู้ยืมจ่ายไปก่อน และในกรณีของความจำเป็น คือการใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน เช่น การรักษาพยาบาล ค่าปรับจากการดำเนินคดี เป็นต้น
โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ จะต้องการเงินเพื่อไปใช้จ่ายตามที่ตนเองต้องการ จนลืมนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นหนี้ คือ อัตราดอกเบี้ย ที่ต้องจ่ายคืนพร้อมเงินต้นด้วย และอัตราดอกเบี้ยนี้ก็เป็นตัวการสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าผู้กู้สามารถชำระเงินคืนได้หรือไม่
หนี้บัตรเครดิต จะอยู่ที่ 18 % ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการตามทวงหนี้
หนี้นอกระบบ จะอยู่ที่ 24-36% ในกรณีมีสินทรัพย์ค้ำประกัน หรือ 36-200% ในกรณีไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน
หนี้นาโนไฟแนนซ์ จะอยู่ที่ 36% โดยจำกัดวงเงินอยู่ที่รายละไม่เกิน 100,000 บาท
หนี้สถาบันการเงินในระบบ จะต้องมีการสร้างเครดิตที่ดีก่อนถึงจะขอสินเชื่อได้ โดยแบ่งเป็นหนี้ระยะยาวและระยะสั้น
จะคำนวนคร่าวๆได้ว่า ถ้าอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20% จะใช้เวลา 5 ปี ให้มูลค่าดอกเบี้ยเท่ากับเงินต้น หรือ ถ้าอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 30% จะใช้เวลาเพียง 3 ปีนิดๆ หนี้จะเพิ่มเป็นสองเท่า
แล้วจะทำอย่างไรให้หนี้หมดเร็วขึ้น? เคล็ดลับมีอยู่สองทาง คือ ลดเงินต้น หรือ ต้องหาทางลดอัตราดอกเบี้ย หากผู้กู้มีโอกาสได้เงินก้อน ต้องรีบลดเงินต้นให้เร็วที่สุด แต่ในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงมากๆ ขนาด 30% ต่อปีขึ้นไป ทำให้ยากต่อการลดเงินต้น ผู้กู้ทำได้แค่เพียงผ่อนดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ อยู่ในวังวนหนี้ไม่จบสิ้น ดังนั้นก็ต้องเหลือหนทางเดียวคือ หาทางลดอัตราดอกเบี้ยให้ได้
การลดอัตราดอกเบี้ย เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หนี้หมดเร็วขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากเงินต้น 3 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ย 2%ต่อเดือน หรือ 24% ต่อปี ผู้กู้จะต้องเสียดอกเบี้ยถึง 720,000 บาทต่อปี ซึ่งใช้เวลาแค่ 4 ปีกว่าๆ ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 3 ล้านบาท รวมเงินต้น 3 ล้าน จะเป็น 6 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก แต่หากผู้กู้สามารถหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำลงมาได้ เช่น 0.85%ต่อเดือน หรือ 10%ต่อปี ที่ยอดเงินต้น 3 ล้าน ผู้กู้จะเสียดอกเบี้ยเพียง 300,000 บาทต่อปี ซึ่งลดภาระได้ถึงปีละ 420,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว แล้วสามารถนำเงินที่ลดภาระได้ไปชำระเงินต้น เพื่อลดดอกเบี้ยในงวดต่อไปได้อีก
ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการช่วยให้หนี้เพิ่มขึ้นหรือหมดเร็วขึ้น ผู้บริโภคควรพิจารณาในเรื่องดอกเบี้ยให้ถี่ถ้วนก่อนกระทำการกู้ยืมใดๆ แล้วหนี้สินที่ติดตัวจะปลอดหนี้ได้เร็วขึ้นแน่นอน
